ชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
ระเบียบชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ พุทธศักราช ๒๕๕๒
ประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ เรื่อง การจัดตั้งชมรมครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ ด้วยผู้บริหารโรงเรียน ข้าราชการครูโรงเรียนในสังกัดและโรงเรียนเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ ได้ประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกันจัดตั้งชมรมครู เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ ให้มีคุณภาพตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา พ. ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ. ศ. ๒๕๔๕ ยึดหลักการมีส่วนร่วมการจัดการศึกษา มีการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนเป็นสำคัญ จึงมีมติให้จัดตั้งชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ ระเบียบชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“ ครู ” หมายความว่า ข้าราชการครูสายปฏิบัติงานการสอน ครูอัตราจ้าง ครูผู้ช่วยพนักงานราชการ และครูดรงเรียนเอกชนในหน่วยงานทางการศึกษา
“ ชมรม” หมายความว่า ชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
“ คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
“ สมาชิก ” หมายความว่า สมาชิกชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการบริหารชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
หมวดที่ ๑ บททั่วไป
ข้อ ๕ ชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ ………. ” ชื่อย่อว่า “ ………. ”
ข้อ ๖ เครื่องหมายชมรม ……………………….
ข้อ ๗ สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ที่ โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง ปราจีนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์
ข้อ ๘ วัตถุประสงค์ของชมรม มีดังต่อไปนี้
๘.๑ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้สำหรับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๘.๒ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาวิชาชีพครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สู่มาตรฐานครูมืออาชีพ
๘.๓ เพื่อเป็นศูนย์รับและกระจายข้อมูลด้านการศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยไปสู่สมาชิก
๘.๔ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมและผลงานสมาชิกสู่สาธารณะชน
๘.๕ เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายวิชาการในการพัฒนาศักยภาพ ตามความต้องการของสมาชิกชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (สาระ.........................................................)
หมวดที่ ๓ สมาชิกและสมาชิกภาพ
ข้อ ๙ ประเภทของสมาชิก แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๙.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการชมรมเห็นว่าได้กระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ในกิจกรรมของขมรม โดยคณะกรรมการลงมติเป็นสมาชิก
๙.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ ข้าราชการครู ครูผู้ช่วย พนักงานราชการ หรือครูจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการสอนในสถานศึกษา ครูโรงเรียนเอกชน บุคลากรทางการศึกษา ที่มีคุณสมบัติและคณะกรรมการลงมติรับรองให้เป็นสมาชิกสามัญได้
๙.๓ สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลทั่วไปที่สนใจกิจกรรมชมรม
ข้อ ๑๐ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ต้องยื่นใบสมัครตามรูปแบบที่คณะกรรมการกำหนดพร้อมค่าสมัคร ๒๐๐ บาท
ข้อ ๑๑ การพิจารณาคำขอสมัครเป็นสมาชิก ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาการเป็นสมาชิกของชมรมและมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
ข้อ ๑๒ ค่าบำรุงชมรม
๑๒.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียคำบำรุง
๑๒.๒ สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบชำระค่าบำรุงปีละ ๑๐๐ บาท
ข้อ ๑๓ การขาดจากสมาชิกภาพ จะสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
๑๓.๑ ตาย
๑๓.๒ ลาออก โดยได้ยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการชมรม
๑๓.๓ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ สาบสูญหรือล้มละลาย หรือถูกลงโทษจำคุก เว้นแต่เป้นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
๑๓.๔ คณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของคณะกรรมการที่เข้าประชุมด้วยเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑๓.๔.๑ กระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นปฎิปักษ์ต่อชมรม หรือทำให้ชมรมเสื่อมเสียชื่อเสียง
๑๓.๔.๒ ละเมิดสิทธิข้อบังคับของชมรม
๑๓.๔.๓ ไม่ชำระค่าบำรุงชมรม โดยปราศจากเหตุผลอันควร
๑๓.๕ สมาชิกสามัญไม่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีติดต่อกันเป็นเวลา ๒ ปี
หมวดที่ ๔ สิทธิและหน้าที่สมาชิก
ข้อ ๑๔ สิทธิของสมาชิก
๑๔.๑ สมาชิกมีสิทธิเข้าร่วมในกิจกรรมทุกประเภทของชมรม ตามที่กำหนดไว้ในที่ประชุมคณะกรรมการและมีสิทธิที่จะรับผลประโยชน์ทุกประการที่ชมรมเสนอ
๑๔.๒ สมาชิกมีสิทธิเสนอความคิดเห็น หรือให้คำแนะนำต่อชมรมหรือคณะกรรมการที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและพัฒนาชมรม
๑๔.๓ สมาชิกมีสิทธิขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของชมรมได้โดยยื่นคำขอนั้นไปยังคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องมีสมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน
๑๔.๔ สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุม อภิปรายแสดงความคิดเห็นหรือซักถาม และลงมติทั่วไปในการประชุมใหญ่
๑๔.๕ สมาชิกได้รับสิทธิพิเศษในการเข้ารับพัฒนา เช่น อบรม สัมมนา ศึกษาดูงานตามที่ชมรมจัดขึ้นและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๕ หน้าที่สมาชิก
๑๕.๑ สมาชิกต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของชมรม มติของที่ประชุมใหญ่ และคำสั่งตามมติของคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด
๑๕.๒ ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ของส่วนรวม
๑๕.๓ ส่งเสริมเผยแพร่และสนับสนุนกิจการชมรม
๑๕.๔ ชำระค่าบำรุงตามที่กำหนด
หมวดที่ ๕ คณะกรรมการของชมรม
ข้อ ๑๖ คณะกรรมการบริหารชมรมประกอบด้วย บุคคลอย่างน้อย ๒๐ คน แต่ไม่เกิน ๓๐ คน โดยสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็นผู้เลือกตั้งประธานกรรมการที่ปรึกษา รองประธาน กรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการให้ครอบจำนวน และให้คณะกรรมการเลือกกันเองเพื่อทำหน้าที่ดังนี้
๑๖.๑ ประธานชมรม
๑๖.๒ รองประธานชมรม
๑๖.๓ เลขานุการ
๑๖.๔ เหรัญญิก
๑๖.๕ นายทะเบียน
๑๖.๖ อื่นๆ ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๑๗ คณะกรรมการบริหารชมรม อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปีปฏิทิน โดยนับจากคณะกรรมการชุดเก่า ทั้งนี้ต้องมอบหมายงานให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
ข้อ ๑๘ คุณสมบัติของคณะกรรมการของชมรม มีดังนี้
๑๘.๑ เป็นสมาชิกสามัญติดต่อกันอย่างน้อย ๑ ปี
๑๘.๒ ไม่เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ
ข้อ ๑๙ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการของชมรม มีดังนี้
๑๙.๑ ครบกำหนดตามวาระ ๒ ปี
๑๙.๒ ลาออกโดยกรรมการอนุมัติ
๑๙.๓ ขาดคุณสมบัติตามข้อที่ ๑๘ และพ้นจากสมาชิกภาพตามข้อ ๑๓
๑๙.๔ ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
๑๙.๕ ขาดการประชุมคณะกรรมการติดต่อกัน ๒ ครั้ง โดยมิได้แจ้งให้ทราบ หรือไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อ ๒๐ กรณีตำแหน่งว่างลงให้คณะกรรมการพิจารณาเลือกกันเองแทนตำแหน่งว่าง
ข้อ ๒๑ การประชุมคณะกรรมการ กำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย ๖ เดือนต่อครั้ง
ข้อ ๒๒ องค์ประชุมในการประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงถือได้ว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๒๓ มติของที่ประชุมคณะกรรมการ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม
ข้อ ๒๔ ประธานในที่ประชุม ให้ประธานชมรมเป็นประธานในที่ประชุม หากประธานชมรมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานชมรมปฏิบัติหน้าที่แทน หากรองประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งคนใดคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมแทนเฉพาะการประชุมในคราวนั้น
ข้อ ๒๕ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารชมรม มีดังนี้
๒๕.๑ คณะกรรมการมีหน้าที่ ดังนี้
๒๕.๑.๑ บริหารงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และมติของที่ประชุม
๒๕.๑.๒ พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชมรม
๒๕.๑.๓ เสนอแนะข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อชมรม
๒๕.๑.๔ พิจารณาแต่งตั้งผู้แทนของชมรมเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆตามควรแก่โอกาส
๒๕.๑.๕ พิจารณาเชิญบุคคลเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
๒๕.๑.๖ พิจารณาออกระเบียบ หรือพิจารณาเปลี่ยนแปลงแก้ไขระเบียบ เพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีอนุมัติ
๒๕.๒ ประธานชมรม มีหน้าที่ดังนี้
๒๕.๒.๑ เป็นประธานในที่ประชุมและควบคุมกิจการของชมรม
๒๕.๒.๒ เป็นผู้แทนของชมรมในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
๒๕.๒.๓ รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและบริหารงานชมรม
๒๕.๒.๔ เรียกประชุมกรรมการหรือสมาชิกได้ตามความเหมาะสม
๒๕.๓ รองประธานชมรม มีหน้าที่ดังนี้
๒๕.๓.๑ เป็นประธานในที่ประชุมและควบคุมกิจการของชมรม
๒๕.๓.๒ รักษาการแทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมพ้นจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ
๒๕.๓.๓ ดำเนินการที่ได้รับมอบหมายจากประธานชมรม
๒๕.๔ เลขานุการ มีหน้าที่ดังนี้
๒๕.๔.๑ รับผิดชอบงานธุรการของชมรม จัดการประชุมกรรมการ จัดทำรายงานการประชุม ติดต่อสมาชิกและบุคคล ภายนอกในเรื่องทั่วไป
๒๕.๔.๒ ตรวจสอบดูแลให้ความช่วยเหลือสมาชิกในเรื่องต่างๆ
๒๕.๔.๓ ดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายจากประธานชมรม
๒๕.๕ เหรัญญิก มีหน้าที่ดังนี้
๒๕.๕.๑ ควบคุมดูแลการรับ จ่ายเงิน รักษาเงิน การทำบัญชี และการรักษาเอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินและทรัพย์สินของชมรม
๒๕.๕.๒ ดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายจากประธานชมรม
๒๕.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่ดังนี้
๒๕.๖.๑ จัดทำทะเบียนสมาชิกให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
๒๕.๖.๒ ดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายจากประธานชมรม
ข้อ ๒๖ คณะกรรมการบริหารมีสิทธิตั้งสมาชิกเป็นอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติงานหรือดำเนินงานใดๆ ที่อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของชมรมได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๒๗ คณะกรรมการบริหารมีสิทธิเชิญบุคคล หรือคณะบุคคลที่อาจจะไม่ใช่สมาชิกของชมรมเพื่อเป็นที่ปรึกษาในโครงการ หรือกิจกรรมของชมรมได้ตามความเหมาะสม
หมวดที่ ๖ การประชุมใหญ่
ข้อ ๒๘ การประชุมใหญ่กำหนดการประชุมใหญ่ มีดังนี้
๒๘.๑ ให้มีการประชุมสามัญประจำปี ปีละหนึ่งครั้ง ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี
๒๘.๒ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นควรหรือสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง แสดงความจำนงโดยยื่นหนังสือต่อเลขานุการของชมรมการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการนัดประชุมภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ร้องขอ
ข้อ ๒๙ องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกจึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๓๐ มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้อย่างอื่นในข้อประชุมนี้ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม และกรรมการแต่ละคนมีสิทธิลงคะแนนเสียงในที่ประชุมได้คนละ ๑ เสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงได้ ๑ เสียง เป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๓๑ การนัดประชุมใหญ่คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือนัดประชุมบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระของการประชุมให้สมาชิกได้ทราบก่อนวันที่ประชุมไม่น้อยกว่า ๗ วัน
ข้อ ๓๒ การไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่ครั้งแรก สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุมในวันและเวลาใดหากล่วงพ้นกำหนดเวลาไปแล้วหนึ่งชั่วโมง ยังมีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปอีก ๑ สัปดาห์ ในการนัดประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้จะมีสมาชิกมาเท่าใดก็ให้นับเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๓๓ วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมให้ถือปฏิบัติเป็น ๒ กรณี ดังนี้
๓๓.๑ โดยเปิดเผยให้ใช้วิธียกมือ
๓๓.๒ การลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนนและจะกระทำได้ในเมื่อคณะกรรมการหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอ
ข้อ ๓๔ กิจกรรมพึงต้องกระทำในการประชุมสามัญ มีดังนี้
๓๔.๑ รับรองรายงานการประชุมคราวก่อน
๓๔.๒ พิจารณาแผนพัฒนา โครงการ กิจกรรม
๓๔.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับ
๓๔.๔ พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
หมวดที่ ๗ การเงินและการบัญชี
ข้อ ๓๕ ชมรมมีรายได้
๓๕.๑ ค่าสมัครและค่าบำรุงสมาชิก
๓๕.๒ เงินสนับสนุน อุดหนุน บริจาค จากหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชนหรือบุคคล
๓๕.๓ ผลประโยชน์จากการจัดกิจกรรมต่างๆของชมรม
๓๕.๔ ดอกผลอันเกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของชมรม
ข้อ ๓๖ การเงินของชมรม อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการโดยให้เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงิน ในนามของชมรม เพื่อเก็บรักษาเงินของชมรม โดยมีประธานชมรมและรองประธานชมรมหรือเหรัญญิกลงลายมือชื่อร่วมกัน ๓ คน เงื่อนไขการจ่ายเงินของชมรมจะต้องมีกรรมการลงนาม ๒ ใน ๓ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการก่อน
ข้อ ๓๗ บัญชีการเงินและทรัพย์สินของชมรม พร้อมใบสำคัญและหลักฐานการรับจ่ายเงินทุกรายต้องมีใบสำคัญอันมีรายการและจำนวนเงินถูกต้องตามที่ได้รับอนุมัติจากประธานหรือผู้ได้รับมอบหมายจากประธานชมรม หลักฐานการรับจ่ายต้องเก็บรักษาไว้เพื่อตรวจสอบและคณะกรรมการต้องแถลงฐานะทางการเงินของชมรมให้สมาชิกทราบทุกครั้งที่มีการประชุมสามัญ
หมวดที่ ๘ การแก้ไขข้อบังคับและการยกเลิก
ข้อ ๓๘ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับจะกระทำได้โดยการใช้มติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกสามัญที่เข้าประชุม
ข้อ ๓๙ การยุบเลิกชมรมนี้จะเลิกได้เมื่อที่ประชุมใหญ่ร่วมกันสมาชิกสามัญลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ข้อ ๔๐ เมื่อเลิกชมรมให้ทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมที่เหลืออยู่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบันการศึกษาซึ่งที่ประชุมใหญ่จะเห็นสมควร และผู้รับจะต้องมีสภาพเป็นนิติบุคคล ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันยุบเลิกชมรม
หมวดที่ ๙ เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๔๑ การลงนามในเอกสารต่างๆ ของชมรม หรือการลงลายมือชื่อในเอกสารอันเป็นหลักฐานสำคัญของชมรม ให้มีประธานหรือรองประธาน เลขานุการหรือเหรัญญิก ลงลายมือชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า ๒ ท่าน และได้ประทับตราชมรมเป็นใช้ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ ธันวาคม พ . ศ. ๒๕๕๒
ศรัณยู ศรีสมพร
ประธานชมรมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
No comments:
Post a Comment